6/12/2555

ภาพนั้นมีความหลัง



ละครวิทยุของวิทยุศึกษากองเผยแพร่ศึกษา  พ.ศ.  2495

คณะเบญจางคประดิษฐ์

ผู้ประพันธ์  ส. คุปตาภา

เรื่อง  ภาพนั้นมีความหลัง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สนทยา                                  ภาพนี้มีชีวิตจิตใจเสียเหลือเกิน   มันเป็นภาพของสมิงพระรามมองราชธิดาพระเจ้าอังวะซึ่งกำลังหลับอยู่อย่างอาลัยอาวรณ์    ดวงตาคู่นั้นบ่งถึงความสะท้อนสะท้านในหัวใจอย่างที่สุด    ดูใบหน้าราชธิดาสิคะ  ใบหน้านั้นช่างสุขสงบอะไรเช่นนั้น...  ยิ้มน้อย ๆ ที่ริมฝีปากแสดงว่าอยู่ในอารมณ์ฝัน...ความผาสุกอิ่มเอิบผุดผาดอยู่ทั่วใบหน้า  ภาพนี้แหละค่ะ  ที่โรจน์  วิมล  จิตรกรวาดขึ้นจากหัวใจ...เขาบอกดิฉันว่า  นางหลับคือ  ดิฉัน  สนทยา  วิมล  และเขาคือสมิงพระรามนั่นเอง  ภาพนี้ได้แฝงจิตใจของเขา โรจน์  วิมล  ไว้อย่างสุดฝีมือ
นักหนังสือพิมพ์                  ครับ  สวยมากทีเดียว  ผมพึ่งเห็นว่านางหลับนั้นหน้าเหมือนคุณ
สนทยา  (ถอนใจ)                หรือคะ  เขากระซิบบอกดิฉันว่า  นั่นคือเธอ  สนทยา  (เสียงแผ่ว)  แต่นั่นแหละค่ะ  เมื่อเขาเขียนภาพนี้  ดิฉันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น  ไม่ได้อยู่กับเขา  เขาเขียนมันขึ้นจากความรำลึกที่ตรึงใจ...(ทอดเสียงเครือ)
นักหนังสือพิมพ์                  ผมไม่เข้าใจ  แต่เขาแต่งงานกับคุณไม่ใช่หรือครับ
สนทยา                                  ค่ะ  โรจน์เป็นสามีของดิฉันเอง
นักหนังสือพิมพ์                  คุณน่าจะภูมิใจในงานของเขา
สนทยา                                  ดิฉันควรจะภูมิใจ  ...ดิฉันควรจะเข้าใจ  แต่มันสายไปเสียแล้ว
นักหนังสือพิมพ์                  ได้โปรดเถอะ  คุณจะเปิดเผยให้ผมทราบได้ไหม
สนทยา  (เสียงแผ่ว ๆ)        มันเป็นความผิดของดิฉัน  ความโหดร้ายของดิฉันเอง  คุณก็ทราบแล้วใช่ไหมค่ะว่า  ดิฉันสนทยา  มีความหรูหราใหญ่โตเพียงไรเมื่อเป็นสาว  คุณปู่ของดิฉันเป็นเศรษฐีคนหนึ่งนะคะ  และตกทอดมาถึงดิฉัน  หลานคนเดียวของท่าน  ส่วนโรจน์สิจนแสนจน  มีแต่ชื่อว่าเป็นจิตรกรมือดี  แต่ไม่มีอะไรเลย  ไม่มีอะไรเลยนอกจากความยากจนข้นแค้น
นักหนังสือพิมพ์                  ศิลปินมักกินอุดมคติของตนเอง  จนไม่มีอะไร
สนทยา                                  เราพบกันในคืนวันเกิดของคุณท้าว  ภัทรา  ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของดิฉัน  โรจน์เป็นคนเขียนรูปให้ท่าน  และท่านภูมิใจเหลือเกินที่เขาเขียนได้เหมือน  และดิฉันก็คิดว่าเขาเขียนได้ดีทีเดียวค่ะ  รูปคุณท้าวเหมือนตัวจริงและมีชีวิตจิตใจ
นักหนังสือพิมพ์                  ผมเคยเห็นรูปนี้ครั้งหนึ่ง
สนทยา                                  ทุกคนที่มาในงานนั้นต่างก็ชมเชย  และอยากเห็นตัวผู้วาดนั้น
นักหนังสือพิมพ์                  ผมก็คงเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน  ผมอยากรู้จักเขา
สนทยา                                  ค่ะ  ดิฉันและเขารู้จักกันในคืนนั้น  และดิฉันก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนเรียบร้อย  สุภาพ  เยือกเย็น  และมีอะไรบางอย่างน่าสงสาร  เขารู้จักถ่อมตัว  ยกย่องดิฉัน  และรู้จักที่จะกล่อมหัวใจดิฉันให้ซาบซึ้งในศิลปะของเขา
นักหนังสือพิมพ์                  ผมรู้สึกว่าคุณก็เข้าใจในศิลปะเป็นอย่างดี
สนทยา                                  ดิฉันเกิดความรู้สึกว่าอยากจะช่วยเขา  ...เขาฝันที่จะประกวดภาพเขียนของเขา  ดิฉันเองก็อยากจะช่วยส่งเสริมให้เขาได้ฝึกฝนฝีมือของเขา  ดิฉันอยากจะให้เขาส่งภาพเข้าประกวด...แต่เขาจน
นักหนังสือพิมพ์                  คุณช่วยเขาใช่ไหมครับ
สนทยา                                  ยิ่งกว่าช่วย  ดิฉันกับเขารักกันค่ะ  ในที่สุดเราก็แต่งงานกัน
นักหนังสือพิมพ์                  ศิลปินย่อมมีความเข้าใจอันละเอียดอ่อน  และคุณก็มีอารมณ์ของศิลปินจึงเข้าใจกัน
สนทยา  (หัวเราะ)               หรือคะ  เพราะอย่างนั้นกระมังดิฉันจึงยอมแต่งงานกับเขา  ดิฉันมีความรู้สึกว่าดิฉันจะต้องช่วยเขา  ดิฉันมั่นใจว่า  ดิฉันจะต้องปั้นเขาให้เป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของโลก  ดิฉันภูมิใจในเขามากค่ะ  ดิฉันมั่นใจว่า  เขาจะต้องเป็นจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ของโลกเหมือนเล็มบลังก์  ดิฉันหวังดีต่อเขาใช่ไหมค่ะ  หวังดีจนรักเขา  ดิฉันคิดว่าดิฉันเข้าใจเขา  ดิฉันเห็นอนาคตของเขาแจ่มแจ้งยิ่งกว่าเขามองเห็นของเขาเอง
นักหนังสือพิมพ์                  ในที่สุดคุณก็แต่งงานกับเขา
สนทยา                                  ค่ะ  ดิฉันพยายามทุกทางที่จะช่วยโรจน์  ช่วยทั้งกำลังใจ  กำลังเงิน 
นักหนังสือพิมพ์                  ผมเห็นใจ




สนทยา                                  เขาต้องการความเงียบสงบ  ต้องการบรรยากาศที่จะก่อให้เกิดอารมณ์ฝัน  ต้องการความงดงามรอบด้าน  ...(หัวเราะ)  ...บ้านของดิฉันเต็มไปด้วยความฟุ่มเฟือย  สะสวยด้วยการประดับประดาที่แข็งกระด้างไม่เป็นไปตามธรรมชาติ  เขาไม่ต้องการ...  วันแล้ววันเล่า  ฝีมือของเขาไม่ได้ดีขึ้นเลย  เขียน ทิ้ง เหลว...
นักหนังสือพิมพ์                  ผมเข้าใจ
สนทยา                                  เขาบอกดิฉันว่า  เขาต้องการธรรมชาติเป็นเครื่องกล่อมอารมณ์  เขาต้องการฉากอันเต็มไปด้วยธรรมชาติที่นุ่มนวล  ละเอียดอ่อน  ไม่ใช่เสียงเพลงร็อก  หรือทวิช  หรือน้ำตกลงหิน  ...อะไรอย่างที่ดิฉันชอบ  เขาบอกว่า  เขาไม่เกิดอารมณ์เลย  ถ้าเขาอยู่ในบ้านของดิฉัน
นักหนังสือพิมพ์                  ครับ  ผมเข้าใจ
สนทยา                                  เขาได้ซื้อบ้านและที่ขึ้นที่ฝั่งธนฯ  มันเป็นสวนที่รกร้างขนาดหนัก  และมีบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ท่ามกลางความรกร้างนั้น  ...ดิฉันเห็นกระต๊อบหลังนั้นของเขา  ดิฉันแทบจะเป็นลม  อนิจจา  ...  ดิฉันไม่รู้เลยว่า  คนเรานี่จะฉุดให้สูงขึ้นไม่ได้  เขาเคยอยู่บ้านกระต๊อบรังหนูมาอย่างไร  เขาก็นิยมอย่างนั้น  บ้านอันใหญ่โตหรูหราของดิฉันไม่ใช่สวรรค์ของเขา...  เขาต้องการห้องแคบ ๆ เล็ก ๆ รกรุกรังเป็นที่เขียนรูปของเขา...  ดิฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าที่นั่นจะก่อให้เกิดอารมณ์ฝันได้อย่างไร  ดิฉันเกือบจะตายเสียให้ได้เพราะความอึดอัด  เพราะความรำคาญ  หายใจไม่ออก
นักหนังสือพิมพ์                  คุณเคยอยู่บ้านอันใหญ่โตหรูหรา
สนทยา                                  มันเป็นกรรมของดิฉันหรือของเขา  ดิฉันไม่เข้าใจเลย  ทุกเช้าเขาจะมาที่บ้านหลังนั้น  ที่ฝั่งธนฯ  แล้วก็หมกตัวอยู่ที่นั่นจนดึกดื่น  วันแล้ววันเล่า  ...ฝังตัวอยู่ในกระท่อมสัปรังเค
นักหนังสือพิมพ์                  เขาคงพยายามเขียนภาพของเขาให้เป็นงานชิ้นเอกของโลกสักชิ้น
สนทยา  (ถอนใจ)                แต่ละรูปที่เขียนมา  ล้มเหลว  ประกวดเมืองไทยยังเหลว  ดิฉันไม่เข้าใจว่า  เขาทำอะไรทุกวัน ๆ ไม่มีผลงานอะไรออกมา  แต่ดิฉันก็ทนได้  ดิฉันก็พยายามคิดว่าดิฉันเข้าใจ  ...แต่นานเข้า...นานเข้า  ดิฉันชักจะไม่เข้าใจเสียแล้ว  ดิฉันเหนื่อยหน่ายต่อความล้มเหลว
นักหนังสือพิมพ์                  แต่ผมเห็นใจเขา  จิตรกรต้องถ่ายทอดอารมณ์ของตนให้เข้าไปในผลงานของเขา  งานจึงจะมีชีวิตจิตใจขึ้น  การที่จะเกิดอารมณ์มันไม่ได้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  มันต้องอาศัยเหตุการณ์  มันต้องอาศัยจังหวะ
สนทยา  (เสียงอ่อน)           ตอนนั้นดิฉันไม่เข้าใจ
นักหนังสือพิมพ์                  น่าเสียดาย  แต่อารมณ์ของหญิงย่อมต้องมีผันแปร
สนทยา  (หัวเราะ)               ผู้ชายไม่มีความผันแปรหรือคะ  เมื่อดิฉันเกรี้ยวกราด  ดิฉันรุนแรงกับเขาทุกที  ดิฉันบอกเขาว่า  คุณทำอะไร  วันหนึ่ง ๆ คุณทำอะไร  คุณทำมาหากินอะไรบ้าง  คุณมีแต่ใช้เงิน  ฮะฮา  (หัวเราะ)  เขียนรูปแล้วก็ทิ้ง  มีอะไรดีขึ้น  มีแต่เลวลง ๆ คุณอยู่เพื่อล้างผลาญดิฉัน...
นักหนังสือพิมพ์                  อนิจจา
สนทยา                                  ดิฉันพูดต่อไปว่า  คุณเกาะเมียกิน  คุณหลอกลวงฉัน  คุณว่าคุณจะมีชื่อเสียง  คุณจะเป็นจิตรกรชั้นหนึ่งของโลก  คุณคลั่งไคล้ใหลหลงที่จะเป็นเล็มบลังก์จิตรกรเอกของโลก  อนิจจา...  งานของคุณมันมีอะไรเท่าขี้เล็บของชิ้นเอกบ้าง  เศษของชิ้นเอกกระมัง  ...  ประกวดทีไร  ชมเชยก็ไม่เคยได้รับ  แล้วอย่างนี้คุณนะจะรึไปประกวดเมืองนอก  ชะ...ชะ 
นักหนังสือพิมพ์                  เขาคงสะเทือนใจ
สนทยา                                  ดิฉันกำลังโมโห  ดิฉันเกรี้ยวกราดต่อไป  ดิฉันว่า  ฉันเสียใจที่โง่เง้าให้คุณหลอกลวง  เสียแรงเหลือเชื่อ  เสียแรงหลงยกย่อง  เทิดทูน  ฉันนึกว่าวันหนึ่งคุณจะต้องสำเร็จ  แต่ที่แท้ก็มีแต่ความล้มเหลว  อนิจจา  พ่อเล็มบลังก์เมืองไทย  (หัวเราะ
นักหนังสือพิมพ์                  คุณอาจจะรุนแรงเกินไปเสียแล้ว
สนทยา                                  ค่ะ  ดิฉันบอกเขาว่า  คนอย่างคุณล้มเหลวอย่างนี้  ไม่มีปัญญา  ...อย่างนี้ควรจะตาย  ...  ตายเสียดีกว่าอยู่  รกโลกเหลือเกิน
นักหนังสือพิมพ์                  คุณรุนแรงและโหดร้ายเหลือเกิน
สนทยา  (เสียงเครือ)           ค่ะ  ดิฉันออกจะรุนแรงไป  แต่ดิฉันเหลืออดจริง ๆ ค่ะ  ใคร ๆ ก็หาว่าโรจน์ไม่ทำงาน  ใคร ๆ ก็ว่าโรจน์งอมืองอเท้า  ไม่รู้จักทำมาหากิน...  แต่เมื่อดิฉันว่าเขา  เขาเงียบกริบ  เขาไม่ได้เถียง  ใบหน้าของเขาเศร้า  เศร้าเหมือนสมิงพระรามในภาพที่เขาเขียน
นักหนังสือพิมพ์                  เขาคงจะเสียใจมากทีเดียว
สนทยา  (สะอื้น)                 ค่ะ  เขาเดินคอตกจากดิฉันไป  จากบ้านของดิฉันไปแต่เช้า  แต่แรกดิฉันคิดว่า  ไปเสียก็ดี  สิ้นเร่องสิ้นราว  ดิฉันรกหูรกตาเต็มทีแล้ว
นักหนังสือพิมพ์                  คุณไม่ได้รักเขาดอกหรือ
สนทยา                                  ดิฉันรักเขา  เมื่อก่อนแต่งงานเราก็รักกัน  ...  ดิฉันรักเขา  รักงานของเขา  แต่แล้วมันเนื่องมาจากอะไรดิฉันไม่ทราบ  ดิฉันเหลืออดเหลือทนจริง ๆ ดิฉันใจร้อน  ดิฉันเหลือที่จะรอความสำเร็จของเขา  ดิฉันอดทนมานาน  นานนับปี ๆ ทีเดียว
นักหนังสือพิมพ์                  คุณเหยียดหยามเขาอย่างรุนแรงทีเดียว  แล้วเขาแสดงกิริยาอะไรบ้าง
สนทยา                                  เปล่าเลยค่ะ  ดิฉันยังจำได้  หน้าเขาเศร้า  ตาคลอด้วยน้ำตา  ก่อนที่เขาจะจากไป
นักหนังสือพิมพ์                  เขาเป็นคนมีอารมณ์ละเอียดอ่อน
สนทยา                                  แต่ตอนนั้นดิฉันไม่เข้าใจ  ดิฉันพกแต่ความโมโหโทโส  ดิฉันพกแต่ความเคียดแค้น  เกลียดชัง  ดิฉันเห็นว่าเขาเป็นคนอ่อนแออย่างยิ่ง  ทำไมเขาไม่ตบหน้าดิฉันสักฉาดแล้วเกรี้ยวกราดดิฉัน  ดิฉันคงจะคิดว่าเขาเป็นชายชาตรีอย่างยิ่ง  แต่นี่เขาสุภาพเกินไป  เขาละอายที่จะโต้เถียง  เขาจากดิฉันไปด้วยความเจ็บช้ำระทดท้อ  ปล่อยให้ดิฉันลำพองใจผิด ๆ ฮึกเหิมอยู่แต่ผู้เดียว
นักหนังสือพิมพ์                  ตอนนั้นคุณรู้สึกอย่างไรบ้าง
สนทยา                                  เปล่าเลย  ดิฉันผลุนผลันออกจากบ้าน  ไปเที่ยว  ดูหนัง  ซื้อของตามพาหุรัด  สะพานหัน  ดิฉันใช้ชีวิตในวันนั้นให้หมดไปอย่างสนุกสนานเพื่อจะลืมเขา  และลืมเรื่องที่เราทะเลาะกัน
นักหนังสือพิมพ์                  แล้วคุณโรจน์ล่ะครับไปไหน
สนทยา                                  ดิฉันไม่ทราบเลย  จนถึงเวลารับประทานค่ำดิฉันจึงกลับบ้าน  อารมณ์พลุ่งพล่านของดิฉันค่อยเย็นลง  และคิดว่า  เมื่อเขากลับมา  ดิฉันจะไม่รุนแรงกับเขาอีก  ดิฉันอาจจะลืมตัวและคิดมากไปว่า  ชีวิตของดิฉันและเขาได้ดำเนินมาด้วยเงินของดิฉัน  ดิฉันควรจะคิดมาแล้วก่อนที่ดิฉันจะแต่งงานกับเขาว่า  จิตรกรนะจน  ไม่มีอะไรเป็นรายได้  เขามีชีวิตอยู่กับผลงานของเขา  และยังชีพอยู่ด้วยอุดมคติที่ดิฉันไม่เข้าใจ
นักหนังสือพิมพ์                  น่าเสียดาย  แต่แล้วเขาก็บรรลุถึงความสำเร็จจนได้
สนทยา  (หัวเราะเสียงแหบเหมือนเสียงสะอื้น)           คืนนั้นเขาไม่ได้กลับมา
นักหนังสือพิมพ์                  เขาไปอยู่ที่ไหนเสียเล่าครับ  เขาหนีคุณไปหรือ
สนทยา                                  ดิฉันคิดเช่นนั้น  ดิฉันกลับเคียดแค้นขึ้นมาอีก  เริ่มสงสัยและเข้าใจว่าเขาไม่รักดิฉันดอก  เขาไม่ได้ไปเสียเวลานั่งอยู่กับภาพอันปราศจากวิญญาณของเขาดอก  แต่เขาไปเสียเวลากับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ดิฉัน
นักหนังสือพิมพ์                  เขาไม่เป็นเช่นนั้นกระมังครับ  คุณอาจระแวงมากเกินไปกระมัง
สนทยา                                  ค่ะ  ดิฉันเดือดดาลตนเองว่า  ทำไมดิฉันจึงไม่ตามเขาไปที่บ้านฝั่งธนฯ  โรจน์มีอะไรซ่อนอยู่ที่นั่น  เขาอาจจะมีคนที่เขารักแอบซ่อนอยู่  เขาช่างร้ายกาจอะไรเช่นนั้น  เขากล้าหาญชาญชัยที่จะใช้ชีวิตรักของเขา  บนเงินของดิฉันเชียวรึ
นักหนังสือพิมพ์                  อารมณ์หึงทำให้คุณนึกไป
สนทยา                                  ค่ะ  ยิ่งคิดดิฉันยิ่งเห็นจริง  เขาทำอะไรอยู่ที่บ้านนั้น  ทุกวันตั้งแต่เช้าจนค่ำ  บางทีจนดึก เงียบ ๆ อยู่ในบ้านซึ่งดูเหมือนจะเป็นสำนักงานที่ลึกลับนั้น
นักหนังสือพิมพ์                  ความรู้สึกของคุณดูเหมือนจะพาให้คุณฟุ้งไปใหญ่
สนทยา                                  ค่ะ  ดิฉันนอนไม่หลับเลย  คอยเขา  เตรียมพร้อมที่จะฟาดฟันเขาให้สาแก่ใจ  เมื่อเขากลับมา
นักหนังสือพิมพ์                  แล้วเขาก็คงจะกลับมาบ้านตอนดึก
สนทยา                                  เปล่าเลยค่ะ  เขาหายไปตลอดคืน  และดิฉันก็เฝ้าแต่คอยด้วยความเคียดแค้นตลอดคืนเหมือนกัน
นักหนังสือพิมพ์                  คุณรอเขาอยู่จนวันรุ่งขึ้นหรือครับ
สนทยา                                  เปล่าเลย  (ถอนใจ)  เช้าตรู่ตอนตีสี่โดยประมาณ  ดิฉันลุกขึ้นขับรถไปที่บ้านหลังนั้นคนเดียว
นักหนังสือพิมพ์                  คุณบอกว่าบ้านนั้นอยู่ในสวนรกร้าง  น่ากลัว
สนทยา                                  ค่ะ  ดิฉันจอดรถไว้ที่ถนน  ดับไฟ  แล้วคว้าไฟฉายเดินดุ่มเข้าไปในบ้านหลังนั้นอย่างเงียบกริบ  ดิฉันตั้งใจจะไปกระชากเขาออกมาจากเตียงนอน  ดิฉันอยากดูหน้าหญิงอื่นที่นอนอยู่เคียงข้าง  ...
นักหนังสือพิมพ์                  แล้วคุณพบอะไรที่นั่น
สนทยา                                  ดิฉันเห็นแต่แสงไฟริบหรี่ที่ลอดจากหน้าต่าง  ...ในบ้านนั้นแสนจะรกด้วยภาพเขียนที่วางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ...
นักหนังสือพิมพ์                  คุณไม่เห็นคุณโรจน์ดอกหรือครับ  คุณสนทยา
สนทยา                                  เขายืนอยู่หน้าขาหยั่ง  ตาของเขาจับอยู่ที่ภาพเขียนนั้น  มือของเขากุมสิ่งหนึ่งซึ่งสะท้อนวาบเข้าตาของดิฉัน
นักหนังสือพิมพ์                  พู่กันหรือ
สนทยา                                  ปืนค่ะ  ปืนพกด้ามงาของดิฉันเอง
นักหนังสือพิมพ์                  ปืนรึ
สนทยา                                  ดิฉันร้องเรียกเขาว่า  โรจน์  เธอยืนอยู่อย่างนั้นตลอดคืนรึ  มันมีประโยชน์อะไร...เธอยืนอยู่กับภาพบ้า ๆ ของเธอรึ
นักหนังสือพิมพ์                  อนิจจา...
สนทยา                                  เขาบอกดิฉันว่า  สนทยา  ผมรัก  คุณเหมือนชีวิต...  แต่ผมกำลังจะทำตามคำสั่งของคุณเดี๋ยวนี้...
นักหนังสือพิมพ์                  คุณสั่งให้เขาทำอะไร
สนทยา                                  ก่อนที่ดิฉันจะทันห้าม  ปืนในมือของเขาก็ลั่นออกมาทันที  ดิฉันเอง...ดิฉันบอกให้เขาตาย...เขาช่างใจอ่อนอะไรเช่นนั้น
นักหนังสือพิมพ์                  เขาตายทันทีหรือ
สนทยา                                  เปล่าเลยค่ะ  ดิฉันคุกเข่าลงข้างเขา  เขากระซิบแผ่วเบาว่า  สนทยาผมรักคุณ  ภาพที่ผมเขียนไว้ว่าสมิงพระรามอาวรณ์  ดูให้ดีที่รัก  ดูตาของมัน  สมิงพระรามคือผม  ราชธิดาคือคุณ  (เธอร่ำไห้สะอึกสะอื้น)
นักหนังสือพิมพ์                  เขารักคุณเหลือเกิน  ดูตาสมิงพระรามในภาพนั้นสิ  อาลัยอาวรณ์เปี่ยมไปด้วยความรัก
สนทยา                                  เขาพูดเท่านั้นแล้วเขาก็ขาดใจ  ดิฉันดึงปืนออกจากมือของเขา...  ดิฉันวางมือของเขาพาดอกแล้ว...  แล้วก็ออกจากบ้านนั้นไป...  ความรู้สึกของดิฉันสะท้านไปหมดสิ้น  ...  แต่ดิฉันกลับทิ้งเขาขับรถเตลิดเปิดเปิงกลับบ้าน
นักหนังสือพิมพ์                  ทำไมคุณจึงทำเช่นนั้น
สนทยา                                  ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน  (ตอนนี้น้ำตาของเธอพรั่งพรูสะอึกสะอื้น)
นักหนังสือพิมพ์                  คุณคงตกใจเกินไป
สนทยา                                  ดิฉันไม่รู้ดอกค่ะ  แต่ดิฉันตกใจจริง ๆ ...ตกใจเหมือนกับว่าดิฉันฆ่าเขาเสียเอง  ปืนกระบอกนั้น  ขณะนั้นยังอุ่นอยู่ในกระเป๋าของดิฉัน...  ดิฉันเก็บมันมาด้วย  ...ด้วยความกลัว  ไม่ทราบว่ากลัวอะไร
นักหนังสือพิมพ์                  คุณถูกจับเพราะปืนกระบอกนั้น
สนทยา                                  กรณีแวดล้อมเหลือเกินค่ะ  ...ปืนอยู่ในความครอบครองของดิฉัน  มีรอยเขม่าแสดงว่ายิงออกไปจริง ๆ และอยู่ในกระเป๋าของดิฉันเอง  ยิ่งกว่านั้น  คนที่บ้านและตำรวจที่ดิฉันผ่านไป  เห็นรถของดิฉันแล่นออกไปจากบ้านก่อนหน้าที่โรจน์จะถูกยิง  แล้วดิฉันกลับมา
นักหนังสือพิมพ์                  คุณไม่มีทางจะแก้ตัวได้เลย
สนทยา  (ร้องไห้)                แม้ดิฉันจะไม่ได้ฆ่าเขา  แต่ก็เสมือนฆ่าเขา  ดิฉันฆ่าเขาด้วยคำพูด  ดิฉันพูดให้เขาน้อยเนื้อต่ำใจ  และดิฉันยังขับไล่ใสส่งเขามาตาย
นักหนังสือพิมพ์                  คุณไม่ได้เจตนา
สนทยา                                  ค่ะ  บางที...  บางทีดิฉันจะมีเจตนาจงใจให้เขาไปตายจริง ๆ ภาพนั้นเป็นภาพสุดท้ายของเขา  มันเสร็จในเช้าวันนั้นเอง  ก่อนหน้าที่เขาจะตายเพียงไม่กี่นาที  (สะอื้น)
นักหนังสือพิมพ์                  ใครส่งมันเข้าประกวดล่ะครับ
สนทยา                                  ทนายของดิฉัน  เขาจัดการส่งมันเข้าประกวดขณะที่ดิฉันอยู่ในคุก  มันได้รับรางวัล...  คุณคิดดูสิคะ  มันเป็นงานชิ้นเอกของโรจน์  นายเล็ม
บลังก์  จิตรกรเอกของเมืองไทย
นักหนังสือพิมพ์                  งานชิ้นสุดท้ายที่นำความภาคภูมิและชื่อเสียงมาตุภูมิของเขา
สนทยา                                  ค่ะ  โรจน์ได้ถ่ายทอดความรู้สึก  อารมณ์รันทด  และระคนด้วยความรักอย่างสุดซึ้งของเขาลงในภาพของสมิงพระราม
นักหนังสือพิมพ์                  ผมเห็น  ...  มันทำให้ภาพนั้นดูเหมือนจะหายใจอย่างสะท้อนสะท้านอยู่ด้วยแรงสะอื้นที่ดันท้นอยู่ในอกของสมิงพระราม
สนทยา                                  ค่ะ  ...ภาพนั้นเหมือนมีดวงวิญญาณของเขาสถิตอยู่...วิญญาณของโรจน์  บุคคลที่ดิฉันบูชา  ...เจ็ดปีในคุกทำให้ดิฉันได้คิด  ได้รู้ว่าเขารักดิฉัน  เขาเป็นบุคคลที่ดิฉันควรยกย่อง
นักหนังสือพิมพ์                  คุณคิดจะขายมันหรือไม่  ผมทราบว่าทางต่างประเทศได้ติดต่อมา
สนทยา  (ร้องไห้)                ม่ายค่ะ  ...ขอให้มันเป็นของดิฉัน  ...มันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายและเป็นชิ้นเอกของเขา  ...ขอให้ดิฉันได้เก็บมันไว้เป็นที่ระลึกถึงเขาเถอะค่ะ  โปรดขออย่าได้พูดถึงการขายอีกเลย  ...มันเป็นสุดที่รักที่ดิฉันภูมิใจ  มันเป็นเครื่องหมายของความรักระหว่างเราสองคน...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น